เคล็ดลับ วิธีตรวจเช็ครถมือสอง 7 วิธีง่ายๆ สำหรับมือใหม่ ที่มองหารถ มือสอง

เคล็ดลับ วิธีตรวจเช็ครถมือสอง 7 วิธีง่ายๆ สำหรับมือใหม่ ที่กำลังมอง หารถมือสอง

การที่เราจะซื้อ รถมือสอง ซักหนึ่งคัน ไม่ว่าจะเป็น ด้วยวิธีการเดินเข้าไปดูรถคันจริง ที่ เต็นท์รถ หรือ โชว์รูมรถ เพื่อไปรับฟังการนำเสนอ และ บรรยายสรรพคุณของรถคันนั้น โดยที่ตัวเราเอง ไม่มีความรู้เบื้องต้น สำหรับ วิธีตรวจเช็ครถมือสอง รวมถึง ไม่มีผู้เชียวชาญหรือคนรู้จักที่พอจะมีความรู้ในด้านนี้ ไปตรวจสอบ กับเราในวันที่ไปดูรถ อาจจะทำให้เรา ถูกย้อมแมว ถูกเต๊นท์ เอารถมีตำหนิ มาขายให้เรา วันนี้ Car2hand โชว์รูมรถบ้านมือสอง จะพาไปเรียนรู้ วิธีตรวจเช็ครถมือสอง 7 วิธี เบื้องต้น ที่เอาเป็นว่า อ่านจบแล้ว ไปดูคันจริง แล้วทำตามแบบนี้ มีโอกาส ที่จะไม่ถูกโดน เอารถย้อมแมวมาขาย ให้กับเราแน่นอน

วิธีตรวจเช็ครถมือสอง สำหรับมือใหม่ ที่กำลังมองหา รถมือสอง

1. วิธีตรวจเช็ค รถมือสอง ที่ง่ายที่สุด เปิดฝากระโปรงรถเพื่อดูจุดยึดน็อต

โดยธรรมชาติของรถแล้ว ในกรณีรถที่ ไม่เคยถูกชนหนักชนเสียหาย รวมถึงรถโดนไฟไหม้ รถโดนน้ำท่วม จนไปถึงกระบวนการทำสี ถ้ารถที่ไปตรวจสอบดู และ เจอกรณีแบบที่กล่าวไปข้างต้น จะต้องมี การถอดชิ้นส่วนรถ หรือชิ้นส่วนสำคัญเพื่อไปทำการซ่อม หรือ ทำสี ซึ่งจะทำให้น็อต ที่อยู่ใต้ฝากระโปรงรถ หรือ น็อตส่วนอื่นๆ ตามจุดยึดชิ้นส่วนรถจะมีการถูกขันออก หรือ มีการขยับของสีที่คลือบตัวน็อต ดังนั้นเราควรที่จะ เปิดฝากระโปรงรถพื่อดูจุดยึดน็อต ถ้าเจอกรณีน็อตจุดยึดมีการขยับ สันนิษฐานเบื้องต้นไว้ ก่อนได้เลยว่า รถคันนี้ไม่ปกติ ต้องมีอะไรบางอย่าง เกิดขึ้นกับรถคันนี้ นอกจากนี้ ยังต้องดูว่า มีร่องรอยการชน รอยบุบ รอยปูด หรือร่องรอย ความเสียหายต่างๆ ที่อาจเกิดจากการ ไม่ดูแลรักษารถ หรือ อาจเกิดจากอุบัติเหตุต่างๆ

นอกจากนี้ ภายใต้ฝากระโปรง เรายังสามารถตรวจสอบ เลขตัวถัง และ เลขเครื่องได้อีกด้วย ถ้าเลขเหล่านี้ไม่อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม หรือ หายไป หรือมีลักษณะถูกแก้ไขใหม่มา คุณคงต้องสอบถามถึงเหตุผลกับผู้ขายและตรวจสอบละเอียด

เลขไมล์รถต้องแท้

2. เลขไมล์รถต้องแท้ ไม่มีการแก้เลขไมล์

โดยปกติแล้ว รถที่ถูกใช้งานเป็นประจำ รวมถึง รถมือสอง จะมีการใช้งาน เฉลี่ยอยู่ที่ 25,000-35,000 กิโลเมตร / ปี ซึ่งเราสามารถนำตัวเลขนี้ มาอ้างอิงกับปีรถ ที่เรากำลังสนใจจะซื้อ เพื่อดูว่าเลขไมล์ที่ติดตัวรถนั้น น้อยกว่า หรือมากกว่า ความเป็นจริง เพราะรถที่ดีนั้น เลขไมล์รถต้องแท้  ซึ่งถ้าน้อยแบบผิดปกติ สันนิษฐาน ไว้ก่อนเลยว่ารถคันนี้ อาจจะมีการแก้เลขไมล์มาก่อน

สีรถต้องไม่ผุ

3. สีรถต้องไม่มีผุ หรือ หลุดร่อน

รถที่ดี ต้องไม่มีการทำสีมา หรือว่า สีรถต้องไม่มีผุ เพราะถ้าหากว่ามีการผุ หรือหลุดร่อน อาจจะมีสาเหตุมาจาก การที่โดนจมน้ำ หรืออาจจะอยู่ในพื้นที่ ที่โดนไอทะเลมา ทำให้ตัวสี ตัวโครงเหล็กเกิดอาการผุ อาการร่อนได้ และจะทำให้เกิดปัญหาในภายหลัง ทางที่ดีควรจะตรวจเช็ค ในส่วนนี้ให้ดีอย่างละเอียด

ห้องเครื่องและภายใน

4. ห้องเครื่อง และ ห้องภายในผู้โดยสาร

ตรวจสอบ การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ในห้องโดยสาร เช่น แอร์ แผงคอนโซล พวงมาลัย เบาะ ขอบยางประตู รวมถึงกลิ่นภายในรถ ที่เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า เจ้าของรถดูแลมากน้อยเพียงใด อย่าลืมดูคราบสนิม หรือคราบน้ำบริเวณต่างๆ บนพื้นพรมห้องโดยสาร ที่อาจเป็นร่องรอยการโดนน้ำท่วม มาก็เป็นได้ รวมไปถึงเสียงเครื่องยนต์และการทำงานของเครื่องยนต์ว่าทำงานเต็ม 100% ไหม หรือว่ามีอาการเครื่องสะดุดหรือเปล่า

ทดลองขับ

5. ทดลองขับ

นี่เป็นวิธีการสุดท้าย ที่ทำให้เราตัดสินใจในการซื้อรถ เพราะเป็นวิธีเดียว ที่เราจะรู้ว่ารถสมบูรณ์มากน้อยเพียงไหน ขับขี่ในสภาพถนนจริงๆ เป็นยังไง วงเลี้ยว การขับเคลื่อนของระบบส่งกำลัง การยึดเกาะถนน การทำงานของระบบช่วงล่วง การตรวจสอบระบบเบรก สามารถทำได้โดยระหว่างทดลองขับลองเบรกกระทันหัน เพื่อทดสอบระบบเบรก  และ ระบบ ABS ว่าสามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบหรือไม่ สามารถใช้การทดสอบบนความเร็ว ไม่เกิน 60 กม/ชม บนที่ๆ ไม่มีรถหนาแน่น และ ควรระวังรถที่ขับตามด้วย ระหว่างเบรก ยังสามารถตรวจสอบความผิดปรกติต่างๆ จากเสียงเบรกได้ว่า ผ้าเบรกผิดปรกติ ใกล้หมด หรือรวมไปถึงจานเบรก ว่ามีพื้นผิวสัมผัสที่สมบูรณ์อยู่หรือไม่ การทดสอบนี้สำคัญต่อความปลอดภัยในการขับขี่มาก ความรู้สึกต่างๆ เหล่านี้จะมาจากการที่เราได้ทดลองขับจริงเท่านั้น

 

ตรวจสอบเอกสาร ที่ติดมากับรถ

6. ตรวจสอบเอกสาร ที่ติดมากับรถ

นี่ก็เป็นอีก 1 วิธีง่ายๆ สำหรับ วิธีตรวจเช็ครถมือสอง ไม่ว่าจะเป็น เล่มทะเบียน ที่บ่งบอกที่มาที่ไป และข้อมูลรายละเอียด ของรถได้ อีกอย่างที่อยากให้เน้นดู ก็คือ วันเดือนปีที่จดทะเบียน ควบคู่ไปกับการดูส่วนประกอบรถ ว่าสัมพันธ์กันมั้ย เช่น เลขตัวเครื่องยนต์ เลขตัวถัง เลขไมล์ บันทึกประวัติ รถว่าผ่านอะไรมาบ้าง รวมถึงดูบันทึก การซ่อมบำรุง หรือบันทึก การเข้าศูนย์บริการจากผู้ขายประกอบด้วย

ตรวจเช็คช่วงล่าง

7. ช่วงล่าง ของรถยนต์

วิธีนี้อาจจะลำบากไปหน่อย แต่ถ้าทำได้จะดีมากๆ ตรวจสอบ ใต้รถว่ามีส่วนไหน ได้รับความกระทบกระเทือน หรือมีอาการสึกหรอบ้าง เช่น โช๊คอัพ เบรก ยาง รวมถึงคราบน้ำมัน ต่างๆ บริเวณใต้ท้องรถ ตามตำแหน่งต่างๆ ถ้าลองขับไปที่ที่ขรุขระหน่อยแล้วมีเสียงแปลกๆ แปลว่าช่วงล่างไม่แน่น หากคุณซื้อรถคันนั้นไปใช้งานต่อในอนาคต อาจจะเกิดปัญหาตามมาได้

 

เอาละครับ ทั้งหมด 7 ข้อนี้ เป็นเพียงวิธีการตรวจสอบ รถมือสอง เบื้องต้นเท่านั้น ทั้ง 7 วิธีการนี้จะช่วยให้คุณ ไม่ถูกเต๊นท์รถที่คิดไม่ดี หลอกลวงท่าน แต่ถ้าหากคุณไปเลือกชมรถ  หรือ เลือกดูรถกับเต๊นท์รถ ที่ได้มาตราฐาน มีชื่อเสียงในวงการ มีคุณภาพ และ มีการรับรองจากทางสมาคม และ สถาบันต่างๆ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณเจอรถที่มีคุณภาพสูง เกรดพรีเมี่ยม ตัดปัญหา ในการเจอหลอกลวงไปได้เลย คาร์ทูแฮนด์ ของเรานั้นเป็นโชว์รูมรถมือสอง ที่ได้มาตราฐาน และ การรับรองจากสมาคม ดังนั้นคุณลูกค้าสบายใจ ได้เลยในการมาเยี่ยมชม หรือ มาซื้อรถจากทางโชว์รูมของเรา เราพร้อมให้คำปรึกษา และ แนะนำอย่างใกล้ชิด

 

ดูรถที่ผ่านการตรวจสอบจากสถาบันรับประกันสภาพรถชั้นนำของประเทศ โดย GOO INSPECTION และ W-SMART

 

วิธีการตรวจสอบก่อนซื้อรถมือสองแบบละเอียด

สอบถาม